Home / เศรษฐกิจ-สังคม / ศวส.-สสส.-กทม. เปิดเวทีวิชาการสุราภาคกลาง ชู “สมดุลแห่งอนาคต” สร้างระบบนิเวศที่ดี ภายใต้ กม.เหล้าฉบับใหม่

ศวส.-สสส.-กทม. เปิดเวทีวิชาการสุราภาคกลาง ชู “สมดุลแห่งอนาคต” สร้างระบบนิเวศที่ดี ภายใต้ กม.เหล้าฉบับใหม่

เปิดเวทีวิชาการสุราภาคกลาง ชู “สมดุลแห่งอนาคต” พัฒนานโยบายแอลกอฮอล์ หนุนท่องเที่ยวปลอดภัย-เศรษฐกิจดี สุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี และสังคมดี ภายใต้ กม.เหล้าฉบับใหม่ ใช้บริบทพื้นที่ ป้องกันเยาวชน-กลุ่มเปราะบาง ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดน้ำเมา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดการประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคกลาง ภายใต้หัวข้อ “สมดุลแห่งอนาคต : พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการจาก 36 หน่วยงาน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สอดคล้องกับบริบทจริงในพื้นที่

รศ.ดร.นพ.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังปรับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 โดยมีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศ โดยเฉพาะการให้อำนาจกลไกระดับพื้นที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการระดับจังหวัด ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นจาก 28% หรือ 16 ล้านคน ในปี 2564 เพิ่มเป็น 35% หรือ 20.9 ล้านคน ในปี 2567 และมีปริมาณการบริโภคแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรเฉลี่ยประมาณ 7-8 ลิตรต่อคนต่อปี และพบแนวโน้มที่น่ากังวลในกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม ความรุนแรง ความปลอดภัยทางถนน ตลอดจนคุณภาพชีวิตของครอบครัวและชุมชน

“การประชุมวิชาการสุราระดับภูมิภาค ภาคกลาง จะนำไปสู่ข้อเสนอและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเสริมบทบาทของกลไกระดับพื้นที่ การใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลที่ทันต่อสถานการณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเมืองและพื้นที่ท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ที่มีสุขภาพดี สิ่งแวดล้อมดี สังคมดี และเศรษฐกิจดีอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการ ศวส. กล่าว

รศ.ดร.ภก.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลต่อสุขภาพ  มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนได้รับบทบาทให้เป็นกลไกขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงควรดำเนินการให้ประเทศเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสมดุล กับ ความปลอดภัย คุณภาพชีวิต เพื่อความยั่งยืนของชุมชนและสังคม

 “การควบคุมปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่คือการสร้างเงื่อนไขให้เศรษฐกิจเติบโตบนฐานของความปลอดภัย คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน สสส. เชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสุขภาพ คือ แนวทางสำคัญของอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาหารปลอดภัย กิจกรรมสร้างสรรค์ปลอดแอลกอฮอล์ และเทศกาลชุมชนที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว” รศ.ดร.ภก.วิทยา กล่าว

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม. มีความมุ่งมั่นร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้เติบโตโดยไม่ละเลยสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชน แนวคิด “สมดุลแห่งอนาคต” คือ โจทย์สำคัญของเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกทม. ที่ต้องเชื่อมโยงนโยบายด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ขณะที่การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมต้องไม่ปิดกั้นการท่องเที่ยวหรือทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ออกแบบสภาพแวดล้อมให้เมืองสามารถเติบโตอย่างปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน

“ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีคือ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนที่สุดของเมืองระดับโลก กทม. จะจัดสรรและออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเศรษฐกิจสุขภาพ เช่น การจัดโซนนิ่งกิจกรรมที่ปลอดภัย การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ และการชูจุดขายด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตที่หลากหลายของคนกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูง ปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล” รองปลัด กทม. กล่าว

Sign Up For Daily Newsletter

Stay updated with our weekly newsletter. Subscribe now to never miss an update!

[mc4wp_form]