Home / การศึกษา-วัฒนธรรม / รมว.ศธ. “นฤมล” นำทีมผู้บริหาร สพฐ.–ศธ. ลงพื้นที่พะเยา ติดตามอุทกภัย ชู “ประวัติศาสตร์–วิทยฐานะ” วาระสำคัญ

รมว.ศธ. “นฤมล” นำทีมผู้บริหาร สพฐ.–ศธ. ลงพื้นที่พะเยา ติดตามอุทกภัย ชู “ประวัติศาสตร์–วิทยฐานะ” วาระสำคัญ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย(พายุวิภา) และการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการศึกษา ณ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จังหวัดพะเยา โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมและมอบประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาแก่หน่วยงานในสังกัด ซึ่งมีผู้เข้าประชุมประกอบด้วยผู้บริหารด้านการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในพื้นที่ภาคเหนือ รวม 500 คน พร้อมตรวจเยี่ยมชมบูทแสดงนิทรรศการผลงาน Best Practice ของโรงเรียน โดยมีผู้อำนวยการสถานศึกษา นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้การต้อนรับและบรรยายผลงานเด่นซึ่งสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของนักเรียนในด้านวิชาการและกิจกรรมสร้างสรรค์

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า จากการประชุมวันนี้ ได้มารับทราบผลการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย(พายุวิภา) ซึ่งแต่ละหน่วยงานของ ศธ. สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดี และได้มารับฟังเสียงสะท้อนปัญหา-อุปสรรคจากผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ พบว่ามีหลายประเด็นสำคัญที่ตรงกับที่ได้คุยกันที่ส่วนกลางอยู่แล้ว แต่ได้รับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น เรื่องของวิทยฐานะ ที่อยากจะให้นำเอาผลงานเชิงประจักษ์เข้ามาใช้ในการพิจารณาเลื่อนวิทยฐานะด้วย ซึ่งทางเลขาธิการ ก.ค.ศ. (นายธนู ขวัญเดช) ก็รับโจทย์ตรงนี้แล้วว่าจะนำไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์กับบุคลากรของเราให้มากที่สุด เช่นเดียวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลทุกชุดพยายามแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง และเราก็จะเดินหน้าต่อไปให้สำเร็จ รวมถึงเรื่องการลดภาระงานครู ก็ได้มีแผนลดภาระงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของครู ทั้งงานบัญชี พัสดุ และการเงิน ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดทางกฎหมาย โดยจะเกลี่ยอัตราครูที่เกินเกณฑ์จากโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ เปลี่ยนไปเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค. (2) ให้เข้ามาช่วยงานสนับสนุน เพื่อให้ครูมุ่งสอนและพัฒนาเด็กได้เต็มที่

“ส่วนเรื่องการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง จากที่ได้มอบหมาย สพฐ. ให้ดูแลเรื่องนี้ ก็มีแนวคิดว่าอยากให้ปรับปรุงเนื้อหาในหลักสูตรหรือในหนังสือเรียนให้ชัดเจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเพิ่มสัดส่วนในการสอบของนักเรียน นอกเหนือไปจากการสอบวัดผลในโรงเรียนแล้วก็อยากจะให้ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นด้วย อย่างเช่น สอบเข้าชั้น ม.1 หรือ ม.4 เพื่อให้ครูและนักเรียนให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์ และเข้าใจหน้าที่พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้มากขึ้นเทียบเท่ากับวิชาหลักอื่นๆ ซึ่งในหลายประเทศก็ให้ความสำคัญกับวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอกเช่นกัน ซึ่งจะต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา กล่าวเสริมว่า จังหวัดพะเยา มีสถานศึกษา 443 แห่ง มีนักเรียน นักศึกษา รวม 86,679 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 5,943 คน มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบจากพายุวิภา รวม 38 แห่ง ในจำนวนนี้มีสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สพม.พะเยา จํานวน 3 แห่ง สพป.พะเยา เขต 1 จำนวน 6 แห่ง สพป.พะเยา เขต 2 จำนวน 23 แห่ง มีนักเรียนได้รับผลกระทบ 642 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับผลกระทบ 74 คน เมื่อเกิดเหตุได้มีการดูแลช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน โดยจัดหาแหล่งน้ำดื่มและอาหาร มีการปรับการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมจัดหาถุงยังชีพ ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหาย ซ่อมแซมอาคารเรียนและจัดห้องเรียนชั่วคราว รวมถึงสำรวจความเสียหายและรายงานเพื่อขอรับงบประมาณ ส่วนระยะยาวจะดำเนินการจัดทำแผนการฟื้นฟูและเยียวยา ซ่อมแซมอาคารเรียนถาวร จัดอบรมครูและบุคลากร มีการพัฒนาแผนเผชิญเหตุ การอบรมอาสาสมัคร การสร้างระบบเตือนภัย การทําประกันภัย การจัดพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประสานหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในการจัดสร้างคันกั้นน้ำ จัดระบบระบายนํ้า จัดตั้งระบบเฝ้าระวัง และแผนปฏิบัติการ เพื่อการป้องกันและรับมืออุทกภัยที่มีประสิทธิภาพต่อไป

Sign Up For Daily Newsletter

Stay updated with our weekly newsletter. Subscribe now to never miss an update!

[mc4wp_form]

Leave a Reply