อุบลราชธานี – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าเชิงรุกรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ชูแนวคิดส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี ล่าสุดจับมือภาคส่วนท้องถิ่นจัดงานเทศกาลวิ่ง กิน เที่ยวเพื่อสุขภาพ Iconic RUN Fest 2026 : Run Ubon ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “อุบล อยู่ดี” ต้นแบบการพัฒนาเมืองสุขภาวะอย่างยั่งยืน จัดโดย สสส. ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี เทศบาลนครอุบลราชธานี ภาคีด้านสุขภาพกว่า 10 องค์กร ณ จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมวางระบบติดตามผลระยะยาว หวังต่อยอดสร้างชุมชนคนรักสุขภาพทั่วประเทศ

พ.ต.ท.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ (Aged Society) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ประชาชนสามารถก้าวสู่วัยผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดการเป็นภาระของลูกหลาน
โดยมีข้อแนะนำ เช่น เน้นการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่และการทรงตัวแบบแรงกระแทกต่ำ (Low-Impact) เพื่อเสริมความแข็งแรง ป้องกันภาวะกล้ามเนื้อสลาย และลดความเสี่ยงการลื่นล้ม ท่าบริหารประกอบด้วยการนั่งเตะขา/Mini Squat เพื่อบริหารหน้าขา ยกขวดน้ำ เพื่อเพิ่มกำลังแขน ยืนย่ำเท้า/ยืนขาเดียวเพื่อฝึกการทรงตัว และการยืดเหยียดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/watch/?v=1753443885820462 และ https://www.facebook.com/watch/?v=4768052416762313
พ.ต.ท.นพ.วรพล เปิดเผยระหว่างการลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมด้วยว่า สสส. มุ่งส่งเสริมให้คนไทยทุกคนมีอายุยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยเน้นการสนับสนุนให้มีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) และการฝึกกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมและสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและมีศักดิ์ศรี
สำหรับการจัดกิจกรรม “Iconic Run” ที่จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในโมเดลการสร้างเสริมสุขภาพที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนในครอบครัว โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นการชวนประชาชนมาร่วมเดินและวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัด ซึ่งความสำเร็จของงานนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทีมงานระดับจังหวัด และเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมกันมอบทั้งความสุข สนุกสนาน และความรู้ด้านสุขภาวะที่ถูกต้องแก่ประชาชน
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.นพ.วรพล ย้ำว่าเป้าหมายของการจัดงานไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมที่จัดขึ้นแล้วจบไป แต่หัวใจสำคัญคือ “การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง” โดยจะมีการจัดเก็บข้อมูลและประเมินผลทั้งก่อนและหลังจบกิจกรรม เพื่อดูพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงานว่ามีการหันกลับมาดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง หรือมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสมาคม/ชมรมรักสุขภาพในชุมชนหรือไม่ ซึ่งหากชุมชนใดมีการตอบรับที่ดีและเห็นผลเป็นรูปธรรม สสส. ก็พร้อมที่จะขยายผลความรู้ สนับสนุนงบประมาณ และผลักดันกิจกรรมดูแลสุขภาพเช่นนี้ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป
สุดท้ายนี้ ได้ฝากเชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมดีๆ แบบนี้เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของ สสส. https://www.thaihealth.or.th พร้อมทิ้งท้ายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลตัวเองว่า “การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีใครช่วยเราได้นอกเหนือจากตัวเราเอง”










