เทศบาลนครนนทบุรี ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย (สวน.) สร้างชุมชนในซอยเรวดีเป็นชุมชนต้นแบบสยบโรคเบาหวาน ตั้งเป้าใช้พฤติกรรมลดโรค ได้ผลแล้วกว่า 35%
เมื่อวานนี้ (14 พฤศจิกายน 2568 ) ที่วัดสมรโกฏิ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เทศบาลนครนนทบุรี ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย(สวน.) ร่วมจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก ภายใต้โครงการสาธารณสุขมูลฐาน: แนวรุกสู่การป้องกันและสงบเบาหวาน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมดำเนินการทดสอบการรังสรรค์นวัตกรรม (sandbox) การจัดบริการสาธารณสุขมูลฐานในชุมชนสำหรับป้องกันและสงบเบาหวาน แบบมุ่งเป้าในพื้นที่ชุมชน ซอยเรวดี ผ่านการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเรื่องการป้องกันโรคเบาหวานแก่ประชาชน

มีกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพจากหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำนิทรรศการชุดความรู้การดูแลสุขภาพเผยแพร่แก่ประชาชน อาทิ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำชุดความรู้สมุนไพรอาหารเป็นยาจากมะระขี้นก ใบเตย ขมิ้นชัน กระเจี๊ยบเขียว วิทยาลัยบรมราชชนนีนนทบุรีเน้นส่งเสริมการบริโภคข้าวกล้อง รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ เน้นแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม,ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาล 1-11 เน้นเรื่องการวัดประเมินสุขภาพ และการปรับอาหารในชีวิตประจำวันของชุมชนให้เหมาะสม ลดหวาน มันเค็ม เช่น หมี่ไก่ฉีก(ลดแป้ง,เพิ่มผักและโปรตีน) บัวลอยไข่ผำ ใช้เพิ่มโปรตีนจากพืชในเม็ดบัวลอย และใส่หญ้าหวาน โครงการดังกล่าวนำแนวคิดการจัดบริการสาธารณสุขมูลฐานในชุมชน ที่เอื้อให้ชุมชนสามารถดูแลกันเอง เพื่อป้องกันและสงบเบาหวานแบบมีแผนมุ่งเป้าหมายปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายเฉพาะบุคคล

ภายในงานจึงมี การจัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน่วยงานวิชาการ มี นายแพทย์ปิยะ ฟองศรัณย์ ผู้อำนวยการการแพทย์เทศบาลนครนนทบุรี พร้อมด้วยทีมของศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 4 และทีมงานของนายแพทย์วิพุธ พูลเจริญ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ร่วมดำเนินการ ซึ่งมีทิศทางที่สอดคล้องกับนโยบายของนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนนทบุรี โดยนำร่องในพื้นที่ซอยเรวดีโซน 3 และโซน 4 มีผู้สมัครร่วมโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องจำนวน 79 คน ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมาทีมงานด้านสาธารณสุข และแกนนำอาสาสมัครของชุมชนมีการตรวจติดตามสุขภาวะของกลุ่มคนในชุมชนเรวดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดผลดีในการป้องกันและสงบเบาหวานได้อย่างเป็นรูปธรรม พบว่า กลุ่มผู้มีภาวะสุขภาพดีขึ้น(ประเมินจาก ค่า%มวลไขมันรวม ,ค่าไขมันช่องท้อง ,ค่า%มวลกล้ามเนื้อรวม และ ผลเลือดHbA1c) 18 คน คิดเป็น ร้อยละ 35.29(จาก 51 คนที่ให้ความร่วมมือให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง) ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นตัวอย่างชักชวนกลุ่มที่เหลือและสมาชิกชุมชนหันมาดูแลสุขภาพให้สามารถป้องกันและร่วมกันสยบโรคเบาหวาน








